เอ๊ะ อะไรยังไง พอดีเห็นเค้าฮิตอินเทรนด์เขียนเอนทรีเกี่ยวกับ Admission กันเยอะแยะ เค้าก็เลย เขียนมั่ง
อันที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่อยากจะแบ่งปันประสบการณ์ ให้กับรุ่นน้องๆ ที่กำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยหรือ....เข้าเรียนแล้วในปีการศึกษานี้ เพราะเราเองก็เคยผ่านตรงนั้นมาแล้วเช่นเดียวกัน

ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ขณะนี้เราเองเรียนอยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและ นฤมิตศิลป์
ม.มหาสารคาม สาขานฤมิตศิลป์ เอกกราฟิก ชั้นปีที่ 4 เน้อออ............

ใกล้จะหมดเวลาของซัมเมอร์แล้วหลายๆคนจะได้เจอกับชีวิตใหม่ในรั้วมหา'ลัย ก้าวย่างออกมาจากชีวิต
แบบเด็กๆของชั้นมัธยมมาแล้ว เสียดายจังเนาะ เราเองเป็นอีกคนที่อยากหยุดเวลาแค่ตอนมัธยม
เพราะตอนนั้นชีวิตมันหนุกหนานได้มากมายจริงๆ เฮ้ว ซ่ากับเพื่อนทุกวันเลย แก็งค์เราก็เป็นอีกแก็งค์ที่
ป่วนมากมาย เฮ้อออเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ คิดถึงงงงง เพื่อนจังเลยยยยย.....ถ้าตอนนี้ใครยังเรียนมัธยมอยู่
ก็ใช้ชีวิตให้มันคุ้มค่ามากๆๆๆ
นะคะ เดี๋ยวจะมาเสียดายทีหลังไม่รู้นะ ส่วนเรา เราใช้คุ้มมั่กๆ จนเสียดายไม่อยากให้มันกลายเป็นอดีตน่ะสิ
เวลา เป็นสิ่งสำคัญนะคะ อย่าได้ให้มันผ่านไปเฉยๆอย่างไร้ค่าล่ะ ชีวิตมัธยมมีครั้งเดียวนะใช้ให้คุ้ม อิอิ...

  เรื่องของเรื่องวันนี้ เราจะขอพูดถึงคณะที่เราจะเลือกเข้าเรียนกันดีกว่า พูดไปพูดมา ก็รู้เลยสินะว่า...
ประเด็นยอดฮิตคืออะไร แน่นอนว่าท่านพ่อ ท่านแม่ ย่อมหวังใจไว้ว่าอยากจะให้ลูกเรียนคณะดีๆที่เป็นหน้า
เป็นตาให้กับตัวเราเองและครอบครัว จบมาก็มีอาชีพการงานที่ดี เงินดี หะๆ   อธิเช่น...แพทย์ เภสัช
วิศวะ เป็นต้น ....เราเองก็เหมื๊อนกันเลย เอาเป็นไล่ไปตั้งแต่ตอนที่จะเข้าเรียน ม.ปลายดีกว่า 
คุณป๋า ก็อยากเหลื๊อเกินที่จะให้เราเรียนสายวิทย์คำนวณ เห๊อะ ....แต่ทว่า เนื่องจากเราเป็นคนที่รัก
วิชาคำนวณม๊ากมากกก (ประชดนะนี่) ตั้งแต่เรียน ม.ต้น จนจบ ม.6 เราจะได้เกรดวิชาคณิต ตั้งแต่
0-2 ไม่เคยได้เห็น 3 กับ 4 เลยอ่ะ ง่า  ฉะนั้น เราคงจะไม่ฝืนตัวเองไปเลือกเรียนสายที่มีแต่คำนวณ
คำนวณ และคำนวณหรอกน๊า..ไม่งั้นคงจะไม่รอดแน่ๆเรย เราก็เลยเลือกเรียนสายศิลป์ฝรั่งเศส หะๆ
ต่อมา..ด้วยความที่มีความรักในศิลปะเหมือนกับป๋า เราเองก็อยากจะเรียนคณะที่เรียนเกี่ยวกับศิลปะน่ะสิ
ตอนนั้นรู้อย่างเดียวว่า อยากจะเรียนจิตรกรรม ที่ ม.ศิลปากร มากกกกกกก แต่.. 
ป๋า say no อย่างเด็ดขาดและบอกกับเราด้วยประโยคคลาสสิคว่า ถ้าลูกเรียนศิลปะ จบมาจะทำอะไรกิน ป่อยๆๆ
รู้มั้ยว่า เราพูดกับป๋าไปกี่สิบรอบไม่รู้แต่ว่าป๋า say no อย่างเดียวเลย เฮ้ออออ อีฟซ่าความฝันมืดมนในบัดดล
จากนั้นมาเราก็เลยรู้ทันทีว่า จำเป็นต้องมองคณะอื่นแทนซะแร้ว ก็...นะ เผอิ๊ญ เผอิญ ช่วงนั้นเที่ยวเก่ง(ชีวิตธรรมดาของวัยรุ่นน่าพี่น้อง) ไม่รู้ คิดยังไง ก็เลยเลือกคณะการท่องเที่ยว-โรงแรม ห๊ะ!! เหอะๆ เหมื๊อนจะชอบ
แต่ 80% คือจำยอมซะมากกว่า....ในการสอบโควต้าเราจึงไม่ได้ลงสอบวิชาเฉพาะอะไรทั้งสิ้น เพราะไม่มีการสนับสนุนใดๆ จากท่านผู้มีอำนาจสูงสุดน่ะสิ เหอะๆ แต่พี่น้องคร๊าบบบบ อีฟซ่า ก็ดั๊นตืดคณะการโรงแรมฯ
ในรอบโควต้าคับพี่น้องงงงง ไปๆมาๆ ไปๆมาๆ ทั้งไปสอบสัมภาษณ์ นู่น นี่ นั่น ในท้ายที่สุดเค้าก็รับแม่นาง
อีฟซ่า เข้าไปเรียนด้วย แง่... เอาล่ะ ทีนี้ล่ะน้อจะมาเล่าจุดเปลี่ยนให้ฟัง พอเปิดเทอม เราเองก็ไปเรียน
เป็นน้องใหม่เฟรชชี่ 5555 ตอนแรกก็ดีนะก็โอเค คณะนี้นั้นถือว่าเป็นคณะที่มีผู้หญิงเยอะและสวยและน่าจีบ
มากที่สุดใน มหา'ลัยแล้วล่ะ หมายถึงคนอื่นๆเค้าพูดมานะ เอ้อ อีกอย่างเค้าบอกว่าดูไฮโซด้วยอ่ะนะ เหอะๆๆๆ
บอกตามตรงนะ ไม่ได้รู้สึกปลื้มรึภูมิใจอะไรเลยนะ เพราะถ้าหากคนอื่นๆมาเป็นเราจะไม่คิดแบบนั้นแน่ๆ เราเอง
ก็มีเพื่อนหลายๆคน และมีเธอคนหนึ่ง(รึอาจอีกหลายๆคน) ที่บ้านพ่อ-แม่เค้าก็ทำไร่ ทำนาแหละ แต่ทว่าเธอคนนั้นแต่งตัว และทำตัวดูฮายยยยยโซวววววว ค่า อีฟซ่าเห็นแล้วก็สลด แล้วก็มีเธอคนหนึ่งที่บอกกับเราว่าคณะนี้เป็นคณะที่เค้าใฝ่ฝันอยากจะเรียนมาก โอ้ววว อันนี้ยินดีด้วย แต่ไม่ใช่ชั้นแน่ๆที่ใฝ่ฝันเช่นนั้น แล้วก็....หลายๆคนหาเงินเพื่อสนองวัตถุที่ทำให้ตัวเองจะได้อัพเกรด ดูไฮโซ ด้วยวิธีที่ผิดๆ (คงไม่ต้องให้บอกนะ) เฮ้อออ ใช้เงินเกินตัวมั่งล่ะ ยิ่งอยู่นานยิ่งหดหู่ ชีวิตไม่มีอะไรตื่นเต้นเอาซะเลย เพื่อนเก่าของเราหลายๆคนต่างก็ถามเหมือนๆกันว่า ทำไมแกไม่เรียนศิลปะล่ะแกเหมาะจะตาย ชอบด้วยไม่ใช่หรอ เหอะ..ก็อยากจะเรียนอยู่หร๊อกกก แต่ผู้มีอำนาจเค้าไม่อนุมัติ จะให้ช้านทำง๊ายยยย นะ....หลังจากกำลังจะสิ้นสุดเทอม 2 ในการใช้ชีวิตการเรียนกับคณะการโรงแรม
อีฟซ่าเริ่มทนไม่ไหว มันอยู่ไม่ด๊ายยยยย ไม่ไหวแล้ววววว   และในที่สุด จึงตัดสินใจ ขอยื่นคำเจรจากับป๋าอีกครั้ง....ทางโทรศัพท์ บอกป๋าว่าไม่มีความสุขเพราะไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบที่สุด อยากจะเรียนสิ่งที่ตัวเองชอบมากกว่า ถ้าหากได้เรียนสิ่งที่ตัวเองชอบจริงจะมีความสุขมากๆ..(นี่คือประเด็นหลัก) อื้ม และบลา บลา บลา
จนสุดท้ายป๋าก็ยอม ง่า เย้ๆๆๆ (ทำไมไม่ยอมเข้าใจตอนจะเอ็นท์เนี่ย ) .......มาถึงตรงนี้ทุกคนพอเดาออกรึยัง
ว่าต่อไปเราจะเป็นเช่นไร 5555 เราก็โอนหน่วยกิตไปที่สาขานฤมิตศิลป์ ของคณะสถาปัตย์ไงล่ะ ด้วย GPAX 3.20 และอยู่ในสถานะของเด็กซิ่ว เข้าใจใช่มั้ยฮ้า ว่าการซิ่วคือเป็นแบบเรานี่ล่ะฮ่า....วะ ฮ่าๆๆ
ตอนนี้เราก็เลยได้เรียนคณะที่ตัวเองชอบสมใจแล้ว เพียงแค่เสียเวลาไป 1 ปี เท่านั้นเอง.....
****ฉะนั้น เราจึงอยากจะบอกกับน้องๆหรือใครๆก็ตามที่ต้องเลือกคณะที่เรียนแล้วเจอสถานการณ์แบบเรา
ก็ลองพยายามคุยและอธิบายให้ท่านพ่อท่านแม่เข้าใจจะดีที่สุดนะ บอกเค้าไปเถอะว่าถ้าเรยนคณะที่ท่าน
ต้องการก็ย่อมได้แต่ลูกอาจไม่มีความสุข และทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่หากเป็นสิ่งที่เราชอบเราก็ย่อมมีความสุข
ที่จะเรียนแน่นอน.......

ว่าด้วยเรื่องของการติวเพื่อสอบเอ็นทรานซ์

นี่ก็เช่นกันค่ะ อันนี้ นา นา จิตตัง นะคะให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ
   เมื่อตอนที่เราจะเอ็นทรานซ์ ขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะ ว่าตั้งแต่เรียนหนังสือมาเนี่ย ไม่เคยเรียนพิเศษหรือว่าติวอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว(ป๋า ไม่เคยสนับสนุนอีกเช่นเคย) เราก็เลยเรียนหนังสือจนจบ ม.6 โดยปราศจากการติวทุกอย่างค่ะตอนเทอมซัมเมอร์ของ ม.6 คุณเพื่อนในกลุ่มก้อนของเรา เค้าแห่กันไปเรียนภาคฤดูร้อนที่สถาบันอะไรยังไง ที่ จ.ขอนแก่น ยกเว้นเรา อื่ม......เมื่อคุณเพื่อนกลับมาเรียน เหตุไฉน มันสมองจึงมิเห็นจะมีการอัพเกรดใดๆเลย นั่นเพราะ....พวกเค้าทำเพราะดูเป็นแฟชั่นไงคะ เพราะอยากจะไปเที่ยวซะมากกว่าด้วย อันนี้ขอขยายความอีกนิดว่า เพื่อนๆที่เค้าไปติวกันนั้น ครอบครัวและคุณพ่อคุณแม่ของเค้าอยู่อำเภอรอบนอกของจังหวัด
และทำนา และกูยืมเรียนด้วย แต่.....เค้า ก็ยังกระเสือกกระสนกันไปติวให้คุณพ่อคุณแม่เหนื่อยเพิ่มขึ้น ตอนที่เพื่อนในกลุ่มเริ่มจะมีมือถือกัน เราเองก็ยังไม่มี อื้มมมมมม.....แต่พอคุณเพื่อนเค้ากลับมาผลสอบและเกรดเฉลี่ยออกมาก็ปรากฏว่าได้น้อยกว่าเราและห่างกับเราเป็นโยชน์ ส่วนตอนที่สอบเอ็นทรานซ์ ในกลุ่มของเรามี 11 คน
มีเรา(ซึ่งไม่เคยติวพิเศษ)กับเพื่อนอีกคน...ที่เอ็นท์ติดรอบโควต้า เห็นอะไรรึยังคะ.....ใช่แว้ว
เพื่อนๆที่เคยไปติวไม่มีใครเอ็นท์ติดรอบโควต้าส่วนเราไม่เคยติว แต่ว่าติดค่ะ ดังนั้นคนที่ติวหรือไม่ติวมัน
อาจไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำให้ใครๆเอ็นท์ติดหรอกนะคะ อยู่ที่ตัวเราเองมากกว่า มาถึงตรงนี้ ขอสารภาพเลย
ละกัน
ว่าตอนที่สอบเอ็นท์เราอ่านหนังสือแค่คืนเดียวก่อนสอบพอรุ่งขึ้นก็ไปสอบเลย ห่ะๆๆ อันนี้ไม่ใช่
ตัวอย่างที่ดีนะคะ ไม่ควรทำตาม แต่เพียงแค่จะบอกว่า นะ...เราทั้งไม่ได้ติวและอ่านหนังสือแค่คืนเดียว
แต่เอ็นท์ติด แต่ว่าเพื่อนของเราเปลืองเงินคุณพ่อคุณแม่ไปติว แต่เอ็นท์ไม่ติด จึงขอย้ำอีกทีนะคะว่าถึงเรา
ไม่ติวเราก็เอ็นท์ติดได้นะคะ อยู่ที่ตัวเราเองแหละค่ะ ความตั้งใจ ตอนที่เรียนในห้องก็ตั้งใจนิดนึง พออ่านหนังสือก็ถือว่าทบทวนนิดๆหน่อยๆ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการสอบเอ็นทรานซ์แล้วนะคะ ....
     ที่เล่ามาทั้งหมดก็เพื่อให้ใครลายๆคนได้เห็นอีกมุมมองของคนที่เคยผ่านเรื่องเหล่านี้มาก่อนน่ะค่ะ อย่าลืมนะคะลองคิดดูว่าตอนนี้คุณเลือกคณะที่ตัวเองอยากเรียน หรือพ่อ-แม่ อยากให้เรียน ส่วนคนที่คิดว่าจะติวก็ไม่ว่ากันอยู่แล้วค่ะ เพราะมันก็อาจจะช่วยได้สำหรับบางคนแน่ๆ แต่ถ้าเป็นเหมือนเพื่อนของเรา ก็เหอะๆๆ พิจารณาทุกอย่างด้วยความสมเหตุสมผลนะคะ อนาคตการเรียนของเราเอง 4 ปีเชียวนะคะ เพราะถ้าหากต้องซิ่วเหมือนเรามันทำให้เราเสียเวลาไป 1 ปีเลยนะคะ กับเสียเงินด้วย(สำมะคัญเรย) 5555
เรื่องของเราน่าจะพอช่วยให้การตัดสินใจของใครหลายคนได้มีมุมมองอีกมุมเพิ่มขึ้นนะคะ
สู้ต่อไปไอ้มดแดง 5555

 *อภิธานศัพท์>>>>ซิ่ว มันมาจากคำเต็มว่า ฟอสซิล ซึ่งแปลว่าเก่าแก่โบราณ
ฉะนั้นผู้ใดที่ถูกเรียกว่าเด็กซิ่ว นั่นก็เป็นเพราะ เป็นคนเก่าคนแก่ในมหา'ลัยไงล่ะ 5555
แต่เราไม่แก่นะ เด็กบางคนยังหน้าแก่กว่าเราอีก 555555 

ปล.1  ถ้าเรายังเรียนคณะการโรงแรมอยู่ ตอนนี้อาจเรียนจบแล้วก็ได้ แถมเผลอๆอาจได้เกียรตินิยมอีกด้วย
แต่...เราก็ยังย้าย เพราะไม่ใช่สิ่งที่เราชอบและรักที่สุด

ปล.2  ป๋าของเราเป็นครูสอนศิลปะด้วยนะเออ 5555 แต่เหตุใดเล่าเค้าถึงไม่อยากให้เรียนในตอนนั้น 5555
(ก็ที่บอกแหละ...ป๋าเคยเรียนศิลปะมา เค้าเลยยังเข้าใจแบบเดิมๆอยู่ว่าจบมาจะเอาอะไรกิน ฮา...)

ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านได้จนจบนะคะ โหลดโหดนิดนึง

อ่านจบเดี้ยงพอดี คร่อก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข...confused smile

#1 By wesong on 2008-05-20 14:26

....เรียนไปให้ตายห่า!
....พึ่งรู้ว่าแทบไม่มีประโยชน์?
....ในมหาลัยไม่ใช่โรงงานเพาะ "เทวดา" (ใครที่รู้สึกตัวว่าปีกเริ่มงอก....อย่าลืมหายากินซะนะ)
....ชีวิตข้างนอกไม่ได้เปลี่ยนคนเป็น "ปีศาจ"
....ดีใจเสียใจอะไรกันนักหนา....ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกกันบ้างเถอะ
'block cool!'

#2 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-05-20 14:50

เป็นเรื่องที่ดีค่ะ ที่ได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ
้จบแล้วขอให้ได้ทำงานที่ชอบด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้ :)

พี่ก็เรียนถาปัดเหมือนกันเพราะชอบ แต่ตอนนี้ยังหางานที่ชอบไม่เจอเลย :(

#3 By Icey Cherry on 2008-05-20 14:58

โอ้โห ท่านบ็อบ มาเป็นพารากราฟเลย 5555
ถูกต้องงงงง ระบบการศึกษาเดี๋ยวนี้แย่ชะมัด 5555
confused smile confused smile

#4 By eVeZaa on 2008-05-20 15:43

เอ้าพึ่งรู้ว่าเราคือสาวน้อยฝึกงานที่มาร่วมโต๊ะกะพี่เปิ้ลวันนั้นเองรึเนี่ย..ซะงั้นsad smile confused smile

#5 By nonworld on 2008-05-20 16:19

เรียนอะไรที่จบออกมาแล้วหางานได้ด้วยจะดีที่สุดbig smile

#6 By VAR on 2008-05-20 16:21

5555 ท่านหนอน ...นึกว่ารู้แล้วนะเนี่ย sad smile sad smile

#7 By eVeZaa on 2008-05-20 16:40

การได้เรียน หรือได้ทำในสิ่งที่เราชอบ(ต้องเป็นสิ่งที่ดีนะ) ผลมันมักจะออกมาดีเสมอ

เมื่อตัวเราเองมั่นใจในสิ่งที่เราจะทำ และทำให้ พ่อ-แม่ เชื่อมั่นในตัวเราแล้ว พวกท่านก็จะยอมเราเองแหละ ^^ (จากประสบการณ์ส่วนตัวนะจ๊ะ)

#8 By miiself on 2008-05-20 18:00

เป็นนายไข่เจียว มีความสุขที่สุด
ดีใจด้วยนะครับที่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ
ขั้นต่อไปต้องพิสูจน์ให้พวกท่านดูเท่านั้นว่า
สิ่งที่ท่านคิดไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป
ยังไงสู้ๆนะครับconfused smile
ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเองให้เจอน่ะเยี่ยมที่สุดเลย open-mounthed smile

#10 By -JpNc- on 2008-05-20 22:06

ดีมากHot! Hot! Hot!

#11 By hiney* on 2008-05-20 22:13

ดีครับเป็นแนวทางให้กับน้องที่ได้อ่าน

การศึกษาไทยยังขาดการแนะแนวและขาดความชัดเจนวิชาเรียนเฉพาะทางและเลือกอย่างที่อยากเป็นแล้วมุ่งหน้าเดินไป

ผมว่าคงต้องโล๊ะกันใหม่ทั้งระบบล่ะครับถึงจะดีกว่าที่เป็นอยู่big smile Hot!

#12 By 7same:(-_- on 2008-05-21 05:55

หัวใจอยู่ตรงอกข้างซ้าย คลำดูก็เจอ ... ไม่ต้องหา

#13 By aaa-069 on 2008-05-21 10:16

ถ้ามาตรฐานการเรียนของทุกโรงเรียนมันเท่ากัน ธุรกิจกวดวิชาคงไม่บูมหรอกครับ
ในญี่ปุ่นน่ะ คนที่กวดวิชามักเป็นคนที่เอนท์ไม่ติดด้วยซ้ำ

เลือกคณะที่ตัวเองชอบจริงๆมันก็ดีครับ เป็นการที่ทำในสิ่งที่เรารัก แต่ก็ดูอนาคตไว้บ้างก็ดีว่ามันมีอนาคตพอที่จะเลี้ยงคนที่ส่งเสียเราเรียนหลักแสนได้รึเปล่า??

บางคนเห็นอยากจะทำงานทีชอบ วาดรูปขาย เก็บตังค์ 10 ปี ยังเลี้ยงพ่อแม่ไม่ไหวเลยก็มีนะ
มันก็ต้องทั้งสองอย่างแหละครับ
ดิชั้นเลยเรียนกวดวิชาคณิตแสดดดsad smile

เปลืองเงินเป็นบ้าเลยsad smile sad smile sad smile

เพราะดิชั้นไม่ได้จะเรียนสาขาวิชานี้ซักหน่อย

Hot!

#15 By Sita on 2008-05-21 15:52

ดีมั่กค่า อ่านแร้วชักเริ่มอยากค้นหาตัวเอง ฮ่าๆๆ
(ช้าไปมั๊ยเนี่ย = =)

จิงๆเค้าก้ออยากเรียนถาปัดเหมือนกันอ่า....
แต่ที่บ้านม่ะชอบกัน แย่จัง sad smile

Hot!

#16 By aaronnez☆ on 2008-05-21 16:53

อืมมมมม
ป้าก็เป็นอีกคนนะที่เลือกคณะตามคำสั่งของเบื้องสูง (ป๊ะกะม๊ะ)
จริงๆตอนจะเอ็นท์ ไม่ใช่หรอก ตั้งแต่ก่อนนู้นสมัยม.ต้นเลย
ป้าชอบวาดรูปและชอบศิลปะมากๆเลย
คิดแต่ว่ายังไงก็จะต้องเรียนอะไรเกี่ยวศิลปะให้ได้
แต่ก็ถูกขัดขวางทุกเส้นทาง
ตอนเลือกสาขาตอนขึ้น ม.ปลายก็ต้องเลือกวิทย์คณิต
ตอนจะเอ็นท์ก็ตามแนวเลย
เลือก หมอ ทันตะอะไรเทือกๆนี้หมด
จนเอ็นท์ติด จนเรียนจบ
ในที่สุดตอนนี้ก็ทำงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศิลปะเลยแม้แต่นิดเดียว
(เออ อาจจะเกี่ยวก็ได้แฮะ เค้าเรียกประกอบโรคศิลป์ใช่มะ ฮ่าๆๆๆ)
แต่ก็มีความสุขดีนะ ทำงานก็สนุก ได้ช่วยเหลือคน
ได้เจอคนหลากหลาย
ส่วนเรื่องวาดรูปก็ไม่ได้ทิ้ง
ถึงจะไม่มีโอกาสได้เรียนเป็นเรื่องเป็นราวอย่างที่ใจอยาก
แต่ก็ทำเป็นงานอดิเรก สนุกๆ
แถมไม่ต้องกดดันว่าจะต้องทำให้ดีให้ไอเดียกระฉูด
เพราะไม่ได้ใช้ในการทำมาหากิน
ก็เป็นอีกแง่มุมนึงนะ สำหรับหลายๆคนที่ยังลังเลอยู่อ่ะ

#17 By CanineGirl on 2008-05-21 17:27

ตอนนี้กำลังเซ็งค่ะ

แม่บังคับเรียนโท

ทั้งที่ไม่ได้อยากเรียน

*ก้มหน้าก้มตาเรียนไป*

#18 By -:-LiLiMu-:-Kisss-:- on 2008-05-21 17:32

อื่มๆ นา นา จิตตัง ค่ะ หลากหลายแนวคิดกันไป
ฮา....หัวหน้าสมาคมลับแวะมาเยี่ยมจากดาวแดงซะด้วยวุ้ย อิอิ confused smile confused smile

#19 By eVeZaa on 2008-05-21 17:37

เราเปลี่ยนตัวเองได้ แต่เปลี่ยนสมองคนอื่นไม่ได้
ต้องปรับกันตั้งแต่รุ่นใหญ่
คิดเองบ้าง เลือกที่เรียนยังคิดเองไม่ได้
แต่มีสิทธิเลือกนายก
เฮ้อ เด็กไทย

#21 By Kung on 2008-05-21 19:15

คนเราต้องทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแหละค่ะ
ถึงจะมีความสุข

#22 By EyoreZa on 2008-05-21 19:15

โอ้วว


ยังไงๆ
ก็ขอเรียนที่ตัวเองชอบก่อนล่ะน้า
ต้องตกลงกับพ่อแม่ให้ได้


อ่านอีก
ก็ถูกอีก อ่านจบแล้วตึ้บๆ
5555 แต่ก็เป็นความคิดที่ถูกอยู่น่ะ

#23 By ”• dhy ”• on 2008-05-21 19:58

หัวอกเดียวกัน

ไม่ค่อยอยากเรียนหรอกค่ะ

แต่คุณแม่ขอร้องกลัวลูกจะวิ่งหางาน

เพราะเรียนคณะนี้แล้วจบมาก้อไม่ต้องวิ่งหามันมาเอง
(อย่ามาเลยยยยยย)

#24 By MM&BK_luv_u on 2008-05-21 20:37

ตอนนี้ผมอายุเกือบ 30 แล้วครับ
ผมไม่เคยทำงานประจำ
และยังไม่มัตังเก็บเลยsad smile

แต่ยังไงก็ตาม ผมทำงานอย่างมีความสุข
และรู้สึกว่าการมีชีวิตทุกวันเหมือนได้ไปปาร์ตี้

ชีวิตมีแต่สามหมื่นกว่าวันเท่านั้นเอง

ถ้าไม่มีภาระ...

ถ้าไม่เชื่อว่าคนเกิดมาเพื่อใช้กรรม...

จงทำทุกวันให้มีความสุขด้วยการทำงานที่ตัวเองรัก

แล้วคุณจะไม่ต้องทำงานอีกเลย...big smile

#25 By Pekko on 2008-05-21 21:19

ตกใจที่ป๋าเป็นครูสอนศิลปะนี่แหละ
ทำไมถึงไม่ให้ลูกเรียนนะ sad smile sad smile

ps.แต่ตอนนี้เครียดอยู่เหมือนกัน เรียนศิลปะ แต่วิชาการเงินมาจากไหนไม่รู้ sad smile
คณิต กับภาษาไทยพอทำใจ.. วิชานั้นมาจากไหนกัน อยากจะทราบ.. ซิกๆ

#26 By KIPPE on 2008-05-21 22:03

อ่า... ขอบคุณทุกคอมเมนต์ค่ะ ได้แลกเปลี่ยนความคิดกันมากมายเลย surprised smile surprised smile

#27 By eVeZaa on 2008-05-21 22:04

เห็นด้วยครับ
เรียนในสิ่งที่ชอบดีกว่าจริงๆครับconfused smile
Hot!

#28 By greateve2b on 2008-05-21 22:39

ชั้นปีเดียวกันนิ แต่คนละที่big smile

#29 By I love the Joker on 2008-05-21 23:59

คร่อกกกกกกกกกกsad smile
ผมก็ซิ่วนะ ไม่ใช่ก็ไป เสียเวลา 1 ปี กับ ความสุขทั้งชีวิต คุ้ม ( แต่ไอ้ที่ซิ่วไปเจอนรกกว่าเดิมก็มีนะ 5 5 5 )

#31 By เจ๋ง on 2008-05-22 11:50

ก่อนอื่น ขอแปะดราก้อนบอลให้ก่อนนะคะ มันโดนมากHot!

เวลาเรียน เวลาเลือกเส้นทาง พ่อกับแม่ชอบย้ำกับเราเสมอ ว่าขอให้เรียนในสิ่งที่ชอบ เลือกในสิ่งที่หัวใจมันบอกว่า'ใช่'ที่สุด
แต่ทำไมนะ เวลาพูดเรื่องเรียนต่อที่ไร แม่ก็ต้องบอกว่า มหิดลเถอะลูก เข้าหมอเถอะ แล้วไอ้ที่บอกว่าให้เลือกเองได้นั่นมันอะไรล่ะคะ(จะให้อิชั้นเลือกเรอะ ว่าจะต่อเฉพาะทางอะไร)
หัวเรา พูดกันตามจริง ว่ามันเอียงไปทางวิทย์เยอะมาก แต่ว่า ใจเรารักที่จะเป็นศิลป์นี่สิ ดูขัดกันดีนะ แต่มันก็เป็ฯอะไรที่เป็นตัวเราดี ใจลึกๆอยากเรียนศิลป์คำนวน(ภาษาอิชั้นห่วยบรมค่ะ)แต่สุดท้าย คงจะหนีไม่พ้นแผนวิทย์ อยากเข้าคณะมัลติศิลปากร แต่ก็คงจะไม่พ้นหมอมหิดล

ระบบการศึกษาประเทศไทยนี่มันอะไรกันหนอ
อย่าว่าแต่เรียนศิลป์เลยค่ะ ต่อให้จบเพียววิทย์มาก็ยังหางานทำไม่ได้เล้ย

แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ^^
(และแล้ว เราก็ต้องไฟท์กับแม่ต่อไป)

#32 By Meiyo on 2008-05-22 12:03

เยี่ยมเลย confused smile

#33 By was_in on 2008-05-22 12:30

ที่บ้านอยากให้เรียนเภสัช ก็จบเภสัชให้ได้ แต่ที่จริงชอบสายอาร์ต...สุดท้ายก็ทำคู่ๆกันไปเลย...ทุกอย่างมีทางออกของมันเน๊าะbig smile

#34 By (^_^)/nana on 2008-05-22 15:26

ต้องดูที่งานที่อยากทำ ^^
อันนี้ของนุ่นเปนกรณีที่ที่บ้านรุว่า
"บังคับไป มันก้อไม่ตั้งใจเรียน" ไรงี้มั้งคะ
พ่อแม่เลย ป่อยซะ ไอลูกเวน ปะมานนี้sad smile

แหะๆ ก็เรียนทางศิลปะเหมือนกานค่ะ
ถึงไม่ได้เกรดดีเท่าที่ควร -..-
แต่ก็สนุกกะการเรียนมากๆ โลกสดใส

ถ้าให้ไปเรียนที่ไม่ชอบโลกคงมืดมนแน่ๆเยย

#36 By 3boxgirl* on 2008-05-23 05:10

เอ่ะ ! ลืมแปะ เอนทรีนี้มานโดนจิงๆค่ะ
นึกถึงเวลาเพื่อนมานั่งเส้า

แล้วเล่าให้ฟัง "กุจาเปนดาร๊า มาให้กุตรวจฉี่หมาทำไม๊" คือทางบ้านเพื่อนว๊อนเปนสัตวแพทมากมายค่ะ แต่ชีอยากอยู่นิเทศการแสดง


Hot! Hot! Hot! แปะแปะ

#37 By 3boxgirl* on 2008-05-23 05:12

ไม่ใช่แค่เลือกคณะนะคะที่มีปัญหา บางคนเลือกสายม.4 ก็จะบ้าตายแล้ว ผลที่เห็นคือเทกันไปทางวิทย์มากกว่าครึ่ง โดยคนที่มีเป้าหมายชัดเจนก็มี แต่มันก็มีพวกไม่รู้จะเรียนอะไร ไม่รู้จะเป็นอะไร ก็เรียนวิทย์กันเหนียวไว้ก่อน หรือบางคนก็โดนพ่อแม่บังคับทั้งๆที่ไม่ถนัดด้านนั้นเอาเสียเลย

เรื่องคณะก็คงจะคล้ายๆกันมั้งคะ จูนยังอยู่แค่ม.ปลาย แต่ก็รู้แล้วล่ะว่าอยากเรียนอะไร แม่ก็สนับสนุนเต็มที่ โชคดีของเรานะ ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิต อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ค่ะ ใจรักเป็นดีที่สุด big smile

#38 By [*MissjunE*] on 2008-05-26 17:15

Recommend

    Favourites